ไม่มีหมวดหมู่

การรับเรื่องราวร้องเรียน/ร้องทุกข์

ร้องเรียน/ร้องทุกข์

1. ช่องทางในการร้องเรียน/ร้องทุกข์
   1) ยื่นเรื่องราวร้องเรียน/ร้องทุกข์ด้วยตนเองได้ที่สำนักงานเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร
    2) ร้องเรียน/ร้องทุกข์ ผ่านทางโทรศัพท์ 045-441-391
    3) ร้องเรียน/ร้องทุกข์สายตรงถึงผู้บริหาร นายกเทศมนตรี,ปลัดเทศบาล และนิติกร
    4) ร้องเรียน/ร้องทุกข์ ผ่านทางตู้ไปรษณีย์รับเรื่องจากประชาชน
    5) ร้องเรียน/ร้องทุกข์ ผ่านทาง กล่องรับแสดงความคิดเห็น/รับเรื่องจากประชาชน
    6) ร้องเรียน/ร้องทุกข์ ผ่านเว็บไซต์ ทม.พิบูลฯ https://phibuncity.go.th/

2. เงื่อนไขการรับเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์
    2.1) รายละเอียดการรับเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ ต้องให้ได้ความชัดเจนหรือเบาะแสพอที่จะนำสืบหาข้อเท็จจริงของเรื่อง เพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป
    2.2) ผู้ร้องเรียนต้องเปิดเผยชื่อและระบุสถานที่ หรือเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อกลับ
    2.3) เรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ ต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร เช่น
      3.1.ร้องเรียน ร้องทุกข์ กล่าวโทษบุคคลหรือ ข้าราชการ นักการเมืองมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตการใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น การบริหารงานไม่โปร่งใส ไม่มีประสิทธิภาพ
      3.2. เรื่องที่มีกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร เช่น 

              -เหตุรำคาญตาม พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 

              – การดูแลรักษาที่สาธารณประโยชน์ 

              –งานการถ่ายโอนภารกิจด้านต่าง ๆ เช่น การคุ้มครองผู้บริโภค ฯลฯ 

       3.3. เรื่องที่ประชาชนแสดงความคิดเห็นและ เสนอแนะเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมและนโยบาย การบริหารหรือเรื่องที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ในการรับบริการ

3. การให้ความช่วยเหลือและขั้นตอนการปฏิบัติ

      3.1) ตรวจสอบคำร้องเรียนว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับ อะไรเป็นไปตามเงื่อนไขการรับเรื่องร้องเรียน/ ร้องทุกข์หรือไม่ โดยพิจารณาจากรายละเอียด เนื้อหา ความประสงค์ของผู้ร้องที่ได้รับความ เดือดร้อนและขอความเป็นธรรมเป็นสำคัญ

      3.2) ลงทะเบียนรับเรื่อง โดยจำแนกว่ามาจากส่วนราชการ/หน่วยงาน หรือองค์กรใด และระบุชื่อผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง และเรื่องที่ร้องเรียน

      3.3) จัดทำบันทึกเสนอผู้บริหาร ผู้มีอำนาจวินิจฉัย สั่งการโดยระบุเงื่อนเวลา (7 – 15 วัน) และการให้ความคุ้มครองต่อผู้ร้องเรียน

      3.4) ประสานหน่วยงานหรือบุคคลผู้ที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการต่อไป

       3.5) แจ้งผลการดำเนินการและรายงานผลแก่ ประชาชนผู้ร้องเรียน/ผู้ตรวจสอบ 

ผู้บริหารรับเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร

นางสาวศิริมาเมธ์วดี ศิรธนิตรา นายกเทศมนตรีเมืองพิบูลมังสาหาร  โทร ๐๘-๕๔๙๖-๔๘๕๕

นางสาวอุดม โยธะพันธ์ ปลัดเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร  โทร ๐๘-๑๐๖๖-๖๔๒๙

นายนิคม น้อยวงศ์ หัวหน้าสำนักปลัด โทร ๐๘-๘๑๔๐-๗๙๖๒

นางพัชรา อินทร์หนองฉาง หัวหน้าฝ่ายปกครอง โทร ๐๖-๒๖๕๒-๕๘๑๑

นายปราโมทย์ ภักดีการ นิติกร โทร ๐๘๗-๖๔๕-๕๕๐๑

นางสาวภัควลัญชญ์ ศรีวัฒนพงศ์ นิติกร โทร ๐๙๕-๖๑๖-๙๕๓๒ 

ทำไมไก่ชนถึงราคาแพง

ทำไมไก่ชนถึงราคาแพง

การเล่นชนไก่เป็นนิยมมากในหลายประเทศทั่วโลก เหตุผลของการชนไก่ของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป บางคนก็แค่ชอบไก่ชนเท่านั้นไม่ได้หวังเงินทองอะไรแต่ถ้าได้เงินก็ดี แต่ว่าการเล่นไก่ชนทุกคนต่างก็ต้องหวังสูงแน่นอน จากการที่ไดันำไก่ชนตัวที่ได้คัดสายพันธุ์ว่าแข็งแรงและมีประวิติที่เคยชนะผ่านสนามชนไก่มาแล้ว และเมื่อได้นำไก่ชน มาเพาะสายพันธุ์ก็คงต้องมีราคาที่สูง ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกอะไรที่ราคาค่าตัวของไก่จะแพงเอามากๆ ราคาบางตัวก็สูงถึงหลายแสนบาทอาจจะถึงหลักล้านเลยก็ว่าได้ ซึ่งไก่ชน หากได้สนาม ก็อาจจะทำเงินได้ดี และการเลี้ยงดูไก่ชนก็มีส่วน คนเลี้ยงต้องเอาใจใสชนิดที่เรียกได้ว่าเปรียบได้กับการเลี้ยงลูกกันเลยทีเดียว ต้องเฝ้าระวัง ให้อาหารเสริม ยาบำรุงต่างๆที่จะหามาเสริมพลังงานกล้ามเนื้อ และต้องคอยทำยาขับถ่ายพยาธิที่มีสูตรยาสำหรับถ่ายพยาธิไก่ชน ที่นิยมทำกันก็มี ใส่ เกลือป่น 1 ช้อนแกง และ กะปิอย่างดี 1 ช้อนแกง ตามด้วย ขมิ้นชัน 1 ช้อนแกง (หั่นบางๆ) และก็เติมด้วย บอระเพ็ด 1 ช้อนแกง (หั่นบางๆ) เท่านี้ก็พอช่วยให้ไก่ชนผ่านพ้นจากพยาธิได้บ้าง ซึ่งโดยรวม แล้วก็มาจากเหตุผลทั้งหมดที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ที่ทำให้ราคาไก่ชนสูงและราคาแพงโดยเพราะความเก่งของสายพันธุ์ไก่ ที่มีชื่อเสียงและเคยกวาดถ้วยรางวัลมาแล้วก็ยิ่งมีค่าตัวของไก่ชนที่จะอัพราคามากขึ้นไปและเวลาที่แข่งขันเงินเดิมพันไก่ชนก็จะสูงตามไปด้วย ซึ่งหากเราดูแลไม่ดีพอก็จะกลายเป็นการเสียเงินที่จ่ายแพงเกินไป ซึ่งปัจจุนี้การชนไก่ถือว่าเป็นเกม กีฬาชนไก่ ที่นิยมเล่นกันมากและได้พัฒนามาอยู่บนโลกออนไลน์เป็นการเล่นแทงไก่ชนออนไลน์ ตามเว็บไซต์ต่างๆทีเราพอจะได้เลือกเล่นกีฬาชนไก่ได้อย่างง่ายดาย

สายพันธุ์ไก่ชนที่นิยมกัน

1.เหลืองหางขาว –โดยจัดประกวดครั้งแรกขึ้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2533 และในปี 2534 ได้รับสมญาว่า “เหลืองหางขาว ไก่เจ้าเลี้ยง” ซึ่งสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก ได้ศึกษาค้นคว้า และทำการส่งเสริมเผยแพร่ ซึ่งได้จัดตั้ง ชมรมอนุรักษ์ไก่ชนพระนเรศวรมหาราชขึ้นมาที่ ตำบลหัวรออำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลก
2.ประดู่เลาหางขาว-ประเภท เป็นไก่ชนไทยขนาดกลาง ตัวผู้หนัก 3.00 – 4.00 กก. ตัวเมียหนัก 2.50 – 3.00 กก. สีของเปลือกไข่ เปลือกไข่สีน้ำตาลอ่อน สีของลูกเจี๊ยบ ขนหัว ขนคอขาว ขนหางดำ ปีกในสีดำ ปีกนอกสีขาว หน้าคอ หน้าท้องสีขาวแหล่งกำเนิด เชื่อว่ามาจากพระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี กำแพงเพชร มีนบุรี หนองจอก สุโขทัย ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช  
3.ประดู่หางดำ-เริ่มวางไข่เมื่ออายุ 6 เดือน ให้ไข่ปีละ 120- 180 ฟอง/แม่ และผลิตลูกไก่ได้ปีละ 40-60 ตัว/แม่ และสามารถฟักไข่และเลี้ยงลูกได้เอง มีความต้านทานต่อโรคและสภาพอากาศของภาคเหนือ ขนาดโตเต็มที่หนัก 2.8-3.5 กก และปรับปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศได้ดีในพื้นที่ต่างๆ
4.ทองแดงหางดำ-ไก่ชนสายพันธุ์นี้ เป็นพันธุ์แท้แต่โบราณ ไก่ทองแดงหางดำ ที่ได้ไปสร้างชื่อเสียง เอาชนะไก่พม่าได้อย่างง่ายดาย ซึ่งสมัยอยุธยา ได้มีรับสั่งให้สมเด็จพระน้องยาเธอ พระเอกาทศรถ ได้นำไก่ชนของไทยไปร่วมชนไก่ในงานฉลองกรุงหงสาวดีในครั้งนั้นด้วย 
5.ไก่ชนพันธุ์เขียวหางดำหรือเขียวกา-มีถิ่นกำเนิดมาจากทางภาคใต้และตะวันออก มีลักษณะเด่นๆ พอที่จะสังเกตได้-แข้งดำ เล็บดำ และ-ลักษณะทั่วไปคล้ายๆ กับประดู่หางดำ ปากดำ ซึ่ง สร้อยปีก สร้อยคอ สร้อยคอหลังและสร้อยหางสีเขียวคล้ายปีกแมลงภู่และมี-หงอนหิน หน้าหงอนบางกลางหงอนสูง ท้ายหงอนจะตกกดกระหม่อม ซึ่งมีลักษณะของ-ขนปีกและลำตัวเขียวหรือเขียวอมดำ หางสีดำ
6.ไก่ชนพันธุ์นกแดงหางแดง-มีอยู่ทั่ว ๆ ไป แถบภาคกลาง ภาคใต้ และภาคเหนือ ไก่นกแดงที่มีชื่อโด่งดังครั้งสมัยอยุธยาตอนกลาง
7.ไก่ชนพันธุ์ลายหางขาว-ในภาคกลางและภาคใต้จะพบอยู่ทั่วไป เช่น เพชรบุรี สุพรรณบุรี อยุธยา และนครศรีธรรมราช และในเขตภาคเหนือแถบจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ในภาคอีสาน ขอนแก่น มหาสารคาม
8.ไก่ชนพันธุ์นกกรดหางดำ-ท่าทางยืนเด่นสง่าผ่าเผย ชนเชิงดี มักมีแข้งเปล่า เป็นไก่ชนดุดันไม่กลัวใคร ไก่นกกรดเป็นไก่พันธุ์แท้แต่โบราณครั้งอยุธยา 
9.ไก่ชนพันธุ์เทาหางขาว-มีแหล่งกำเนิดทั่วไปของประเทศไทย ไก่เทาเป็นไก่ขนาดกลางน้ำหนักตัวเฉลี่ยตัวผู้ประมาณ 3-3.5 กก. ตัวเมียประมาณ 2-3 กก.พบเห็นได้ตาม จังหวัดตาก, อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี, อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี และแถบภาคอีสานจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ นครราชสีมา อุบลราชธานี
10.ไก่ชนพันธุ์เขียวเลาหางขาว-มีลักษณะ สีเปลือกไข่ เปลือกสีขาวอมน้ำตาล ลูกเจี๊ยบหัวขาว หน้าคอ หน้าอกสีขาว สันหลังดำ ปีกในดำ ไชปีกนอกขาว ปาก แข้ง เล็บ เดือย สีขาวอมเหลือง อมน้ำตาล ตาสีขาวอมเหลืองมีแหล่งกำเนิดที่สำคัญอยู่ที่จังหวัดกำแพงเพชร เพชรบุรี สุพรรณบุรี อยุธยา พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และอีกหลายจังหวัดในประเทศไทย 

สรุป กีฬาชนไก่ ที่นิยมเล่นกันและมีการเพาะสายพันธุ์เพื่ออนุลักษณ์ ให้คงไว้ ให้คนรุ่นหลังไห้ดูกันและการเลี้ยงไก่ชนที่มีความรักความเข้าใจเลี้ยงดูเสมือนลูก เสริมด้วยอาหารและยาบำรุงต่าง ทำให้การนำไปลงแข่งขัน กีฬาชนไก่ที่มีเงินเดิมพันจากหลักน้อยไปจนถึงหลักล้านบาท ด้วยเหตุนี้ทำให้ราคาไก่ชนมีราคาที่สูงขึ้นรวมทั้งมีความต้องการของนักเลี้ยงไก่ชนเป็นจำนวนมากเกิดขึ้นด้วย กีฬาชนไก่ เป็นเกมที่สนุก ตื่นเต้นและยังได้มีการพัฒนาให้มี ชนไก่ออนไลน์เพื่อเอาใจนักเล่นชนไก่ได้หลายรูปแบบอีกด้วย

Registration

Forgotten Password?